
วันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ กงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ได้ร่วมกับผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานโอซากาและผู้อำนวยการการบินไทยสำนักงานโอซากา ในการแถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันในประเทศไทย เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและสร้างความมั่นใจแก่ชาวญี่ปุ่นในการเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศไทยโดยมีผู้แทนบริษัทตัวแทนด้านการท่องเที่ยวเข้าร่วม ๒๓ คนและสื่อมวลชน เข้าร่วม ๑๒ คน
กงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ได้สรุปเหตุการณ์ไม่สงบในประเทศไทยและสถานะสุดท้ายในปัจจุบัน โดยย้ำว่าสถานการณ์ขัดแย้งทางการเมืองจำกัดอยู่เฉพาะบริเวณทำเนียบรัฐบาล สำหรับในกรุงเทพมหานครส่วนอื่นและในจังหวัดอื่น ๆ ประชาชนยังดำเนินชีวิตตามปกติ การประกาศพระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินมีเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ เพื่อป้องกันมิให้สถานการณ์ขัดแย้งทางการเมืองลุกลามออกไป บัดนี้สถานการณ์ได้คลี่คลาย ได้มีการยกเลิกพระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน และรัฐบาลชุดใหม่ได้รับการแต่งตั้งและจักดำเนินการตามครรลองประชาธิปไตยต่อไป โดยที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่มีท่าทีปรองดองประนีประนอมและทหารให้ความมั่นใจว่าจะไม่ใช้กำลังในการแก้ไขสถานการณ์กับกลุ่มพันธมิตร เชื่อว่าสถานการณ์ขัดแย้งทางการเมืองจะคลี่คลายลงได้
ผู้อำนวยการททท.สนง.โอซากา ได้สรุปภาพรวมด้านการท่องเที่ยวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผล
กระทบต่อนักท่องเที่ยวน้อยมาก สถิตินักท่องเที่ยวที่เดินทางไปประเทศไทยลดลงร้อยละ ๒๕
นักท่องเที่ยวจากคันไซลดลงร้อยละ ๑๐ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และแจ้งให้ทราบว่า จากการสำรวจ
ความคิดเห็นนักท่องเที่ยวในประเทศไทยโดยหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์เมื่อเร็ว ๆ นี้ นักท่องเที่ยว
ยังมีความพึงพอใจต่อคนไทย การท่องเที่ยวไทยรวมถึงด้านความปลอดภัย เห็นว่าประเทศไทยยังเป็น
ประเทศที่น่าสนใจจะกลับมาเที่ยวอีกและจะบอกต่อในเรื่องการท่องเที่ยว นอกจากนี้ Pacific Area
Travel Association-PATA ได้ออกข่าวแจ้งประเทศและหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวที่เป็นสมาชิกกว่า
๑๖๐ รายว่า ประเทศไทยสามารถรับนักท่องเที่ยวได้ตามปกติแม้จะมีเหตุขัดแย้งทางการเมือง และ
American Chamber of Commerce ได้ออกข่าว แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสหรัฐฯและใน
ภูมิภาคต่าง ๆ แจ้งว่าธุรกิจต่าง ๆ ในประเทศไทยยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ
ผู้อำนวยการสนง.การบินไทยโอซากาแจ้งภาพรวมหลังเกิดเหตุการณ์ไม่สงบในประเทศไทย
การบินไทยได้แจ้งข้อมูลผ่านเว็บไซต์ภาษาญี่ปุ่นเป็นระยะ ๆ ในภาพรวมจำนวนผู้โดยสารจาก
ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเดินทางไปประเทศไทยจาก ๔ เมือง (โตเกียว โอซากา นาโกยา ฟูกูโอกะ)
เฉลี่ยเดือนละ ๒๓๐๐๐ คน ในจำนวนนี้เป็นผู้โดยสารที่เดินทางจาก สนามบินคันไซ โอซากาเฉลี่ย
เดือนละ ๑๐๐๐๐ คน มีการยกเลิกที่นั่งจำนวนเพียงร้อยละ ๑๐ ซึ่งถือว่า สถานการณ์ควบคุมได้เนื่องจาก
มีผู้โดยสารอีกส่วนหนึ่งสำรองที่นั่งเข้ามาเพิ่ม นอกจากนี้การบินไทยยังได้ร่วมกับททท.ในการเชิญตัว-
แทนบริษัทท่องเที่ยวและสื่อมวลชนทั่วโลกเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศไทยเพื่อให้มีความมั่นใจใน
สถานการณ์ในประเทศไทย โดยการบินไทยสนับสนุนบัตร โดยสารเครื่องบินฟรีนอกจากนี้การบิน-
ไทยยังส่งเสริมการจำหน่ายบัตรโดยสารเครื่องบินในราคาพิเศษในช่วงเดือนกันยายนอีกด้วย
| ในช่วงสอบถาม สื่อมวลชนได้สนใจสอบถามเรื่อง
๑ สาเหตุการปิดสนามบินหาดใหญ่ ภูเก็ต และกระบี่ ซึ่งกงสุลใหญ่ได้ชี้แจงว่าเนื่องจากสนามบิน
เหล่านี้ อยู่ทางภาคใต้ ฝ่ายต่อต้านเพียงต้องการแสดงพลัง การปิดสนามบินเหล่านี้ เป็นเพียงระยะสั้น-
มากเพราะประชาชนในท้องถิ่นก็ถูกกระทบกระเทือนและไม่เห็นด้วย ในขณะนี้สถานการณ์ได้คืนสู่
ปกติแล้ว
๒ สาเหตุนักท่องเที่ยวชาวจีนและเกาหลียกเลิกเที่ยวบิน
ผู้อำนวยการททท.ชี้แจงว่าเนื่องจากเป็นการบินเช่า เหมาลำ ดังนั้น เมื่อมีการยกเลิกแม้เพียงส่วนหนึ่ง
ก็ไม่คุ้มทุนในการเดินทาง เมื่อเปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว
ที่กลับไปเที่ยวซ้ำ มีความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศไทยมากกว่า
๓ สื่อมวลชนขอทราบสถิติจำนวนนักท่องเที่ยว ที่เดินทางไปประเทศไทยจากภูมิภาคต่าง ๆ
และการใช้จ่ายต่อหัว ซึ่งผู้อำนวยการททท. จะจัดส่งข้อมูลให้ต่อไป โดยแจ้งตัวเลขนักท่องเที่ยว
จากญี่ปุ่นเดินทางไปประเทศไทย ประมาณปีละ ๑ ล้าน ๓ แสนคน
|
ได้มีการฉายวีดีทัศน์บรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานครซึ่งดำเนินไปโดยปกติ และได้สัมภาษณ์นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ซึ่งได้รับการยืนยันความพึงพอใจในการท่องเที่ยวในประเทศไทยและจะเดินทางกลับมาเที่ยวใหม่